การดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง Command Control Center

เพราะการดูแลคือการใส่ใจ Command Control Center ช่วยคุณได้อย่างไร

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน แค่การมีกล้อง CCTV ติดตามบ้านหรือสถานที่ทำงานอาจจะไม่ได้ช่วยเรื่องความปลอดภัยได้มากนัก เพราะกล้องส่วนใหญ่มักทำหน้าที่เพียงแค่บันทึกภาพเหตุการณ์ย้อนหลังเท่านั้น ซึ่งอาจไม่ทันการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่การมีโซลูชันที่สามารถแจ้งเตือนเราทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติจะช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแจ้งเตือนที่รวดเร็วและแม่นยำทำให้เราสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทันที ลดความเสียหายและเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของสถานที่และคนที่เรารักได้อย่างแท้จริง

Command Control Center คือศูนย์เฝ้าระวังและจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางในการรับข้อมูลจากอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น กล้อง CCTV, เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และอุปกรณ์แจ้งเตือนอื่น ๆ เมื่อเกิดเหตุไม่ปกติ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ประจำอยู่ในศูนย์ Command Control Center เพื่อประเมินและดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงที

หนึ่งในโซลูชันที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ช่วยมืออาชีพด้านความปลอดภัย คือ Command Control Center จาก LETcare ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการ ดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และช่วยจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบที่รวมเอา CCTV และการแจ้งเตือนอัจฉริยะเข้าด้วยกัน เรามาดูกันว่าประสบการณ์จริงจากเจ้าของธุรกิจที่ใช้บริการนี้เป็นอย่างไร

เรื่องราวจากธุรกิจร้านค้า: เมื่อ Command Control Center ช่วยในเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

คุณธันวา เป็นเจ้าของธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์โรงงานไฟฟ้าครบวงจร ที่ตั้งรวมอยู่กับที่พักอาศัย เคยมีประสบการณ์ที่ถูกอดีตลูกจ้างขโมยสินค้าออกไปขาย คุณธันวากังวลความปลอดภัยในชีวิตของคนในบ้าน และทรัพย์สิน จึงตัดสินใจติดตั้งชุดอุปกรณ์ LETcare ที่ประกอบไปด้วย Wireless Camera, Door Sensor, Motion Detector และ Control Panel ที่ทำงานร่วมกันและส่งสัญญาณแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน LETcare ทันทีเมื่อเกิดเหตุ พร้อมมีเจ้าหน้าที่จาก Command Control Center ที่ติดต่อเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์อย่างทันท่วงที

คุณธันวายกตัวอย่างในคืนหนึ่ง เวลาราวตี 4 ขณะที่คุณธันวากำลังนอนหลับ เจ้าหน้าที่จากศูนย์เฝ้าระวังของ LETcare ได้โทรติดต่อเข้ามาแจ้งว่าได้รับสัญญาณเตือนจาก Command Control Center LETcare จึงขอตรวจสอบสถานการณ์ และหาสาเหตุที่ทำให้เกิดสัญญาณเตือน ทำให้พบว่าสัญญาณเตือนนั้นเกิดจากการที่หน้าต่างที่ปิดไม่สนิท

“มันตอบโจทย์เลย คือเราสามารถใช้ชีวิต นอนหลับพักผ่อน หรือว่าเราไปที่อื่น ไม่ได้อยู่ที่ร้านหรืออยู่ที่บ้าน ก็ปลอดภัยหายห่วง เรามั่นใจได้ว่าปลอดภัย”

Command Control Center: มากกว่าแค่ระบบแจ้งเตือน

Command Control Center ไม่ได้เป็นเพียงระบบแจ้งเตือนทั่วไป แต่เป็นศูนย์กลางที่ผสานเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของบุคลากรในการดูแลความปลอดภัย ระบบนี้สามารถ:

  1. ตรวจสอบความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์
    • ด้วยการเชื่อมต่อ CCTV ที่มี AI อัจฉริยะในการตรวจจับความผิดปกติตลอด 24 ชั่วโมง เช่น การบุกรุก การลื่นล้ม หรือควันไฟ
  2. แจ้งเตือนเหตุการณ์ทันที
    • เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระบบจะแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  3. รองรับเหตุฉุกเฉินหลากหลายรูปแบบ
    • ไม่ว่าจะเป็นเหตุโจรกรรม ไฟไหม้ หรือผู้สูงอายุล้มในบ้าน Command Control Center สามารถจัดการและช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

สร้างความอุ่นใจให้เจ้าของธุรกิจและครอบครัว

หลายครั้งที่เหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เช่น กรณีไฟไหม้ที่เกิดจากการลัดวงจร หรือการลืมปิดแก๊สในครัว Command Control Center จะช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมาก คุณธันวากล่าวว่า หลังจากติดตั้งระบบนี้ ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของบ้านและร้านค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“ผมสามารถนอนหลับได้สนิทขึ้นในทุกคืน เพราะรู้ว่ามีทีมงานมืออาชีพคอยดูแลให้ ไม่ใช่แค่ตัวระบบที่ดี แต่ความรวดเร็วในการช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาก็เป็นสิ่งที่ผมประทับใจที่สุด” เขากล่าวเสริม


สรุป: การดูแลที่ใส่ใจในทุกมิติ

Command Control Center จาก LETcare ไม่ใช่แค่ระบบรักษาความปลอดภัย แต่คือเพื่อนคู่ใจที่พร้อมช่วยเหลือคุณในทุกสถานการณ์ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ธุรกิจหรือบ้านของคุณจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ ดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง แบบที่คุณไม่ต้องกังวล

หากคุณกำลังมองหาโซลูชันที่ช่วยให้คุณรู้สึกอุ่นใจในทุกวัน LETcare พร้อมให้บริการเพื่อดูแลคุณและคนที่คุณรัก เพราะเราเชื่อว่า การดูแลคือการใส่ใจ อย่างแท้จริง


พร้อมสัมผัสประสบการณ์การดูแลระดับมืออาชีพหรือยัง?
รับคำปรึกษาจากทีมงาน LETcare ได้ฟรี แค่แอดไลน์ @LETcare หรือโทรหาเรา ที่ 063-913-4919

Light Phone 3: โทรศัพท์สวนกระแสที่ชีวิตไม่ต้องติดโซเชียล

ในยุคที่ทุกคนใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการเลื่อนหน้าจอโซเชียลมีเดีย Light Phone 3

กลับสร้างความแตกต่างด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ด้วยความมุ่งมั่นในการคืนความสงบและสมดุลให้กับชีวิต เทคโนโลยีของ Light Phone 3 จึงมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมต่อที่แท้จริงแทนที่จะสร้างการเสพติดหน้าจอ

ความเรียบง่ายที่ลงตัวของ Light Phone 3

Light Phone 3 เป็นโทรศัพท์มือถือที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานพื้นฐาน เช่น การโทร, ส่งข้อความ, ฟังเพลง และใช้งาน GPS รวมไปถึงกล้อง ซึ่งเหมือนสมาร์ทโฟนทุกกระเบียดนิ้ว แต่ความเจ๋งอยู่ที่ดีไซน์สุดมินิมอล ที่มาพร้อมหน้าจอ E Ink ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกระดาษ มีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ และเป็นอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชันเพียงพอสำหรับการใช้งานที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น โดยไม่มีการสนับสนุนแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียใดๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, หรือ TikTok ทำให้ผู้ใช้สามารถมีสมาธิในชีวิตประจำวันและหลีกหนีจากความวุ่นวายบนโลกออนไลน์ได้

สวนกระแสเพื่อค้นหาความสุขที่แท้จริง

Light Phone 3 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองคนที่ต้องการพักจากหน้าจอและโฟกัสกับสิ่งสำคัญในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัวหรือการสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ การไม่มีโซเชียลมีเดียทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลกับการแจ้งเตือนที่ไม่หยุดหย่อน และสามารถกลับมาใช้ชีวิตจริงๆ ได้อย่างอิสระ

Light Phone 3 กับการเชื่อมต่อที่แท้จริง

ในขณะที่โลกกำลังหมุนไปตามความเร็วของเทคโนโลยี Light Phone 3 กลับสวนกระแสเพื่อเตือนให้เราระลึกถึงความงามของการเชื่อมต่อแบบดั้งเดิม ที่ไม่ต้องพึ่งพาการสื่อสารผ่านหน้าจอเสมอไป และเปิดโอกาสให้เราได้กลับมามีชีวิตที่มีความหมายมากขึ้นอีกครั้ง เหมาะกับคนที่อยากจะทำ Social Detox สุดๆ

Light Phone 3 จึงเป็นมากกว่าแค่โทรศัพท์มือถือ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเลือกใช้ชีวิตอย่างมีสติและห่างไกลจากโซเชียล ใครที่อยากใช้ชีวิตที่ลดความวุ่นวายลง Light Phone 3 อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี

Light Phone 3 minimalist phone with E Ink screen designed for social detox and focused living, offering basic functions like calls, messages, and music

ข้อมูลอ้างอิง คลิกที่นี้

กล้องวงจรปิดแบบไหนดี? เปรียบเทียบกล้องไร้สายและมีสาย

ติดกล้องวงจรปิดแบบไหนดี?

เพื่อนๆหลายคนคงเคยเป็นแบบแอดนะครับคิดจะติดกล้องที่บ้านก็เริ่มงงแระว่าเราจะติดกล้องแบบไหนดีเพราะในปัจจุบันกล้แงวงจรปิดมีทั้งแบบมี wifi แบบใช้คู่กับ SD การ์ดหรือจะแบบมีสายหรือแบบไม่มีสายงงไปหมดแถมมีให้เลือกเยอะแยะมากมายหลายรุ่นเข้าไปอีก  วันนี้แอดหยิบเอามาเทียบกันแบบหมัดต่อหมัดว่าระหว่างกล้องวงจรปิดแบบมีสายกับแบบไม่มีสายแบบไหนจะเหมาะกับเพื่อนๆมากกว่ากันครับ

กล้องวงจรปิดแบบไร้สาย (Wifi)

เจ้ากล้อง cctv แบบไร้สายนั้นเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งลักษณะของกล้องไร้สายคือ จะมีตัวรับสัญญาณในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจาก Router และบันทึกภาพใส่ไว้ใน Memory Card โดยเราสามารถเลือกที่จะดูภาพจากการอ่าน Memory Card โดยตรง หรือดูภาพผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือเพื่อนๆได้เช่นเดียวกัน

ถ้าถามว่าเหมาะกับใครก็ต้องขอบอกว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีอินเทอร์เน็ต Wifi ไว้ที่บ้าน ต้องมีสัญญาณทั่วถึงและครอบคลุม โดยเฉพาะในจุดที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้การเชื่อมต่อไม่เสถียร และสัญญาณภาพขาดๆหายๆได้นั่นเองครับ

ข้อดี

  1. ติดตั้งง่าย สามารถติดตั้งได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นช่างมืออาชีพ และไม่ต้องมีสาย LAN ที่ต้องเดินสายให้ยุ่งยาก
  2. สามารถดูภาพได้แบบ Real-Time ผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม จึงสามารถติดตามสถานการณ์และความเป็นไปภายในบ้านได้ตลอดเวลา มี Build-in Microphone & Speaker สามารถพูดจาตอบโต้ได้ เหมาะสำหรับคนที่มีผู้สูงอายุ คนป่วย หรือสัตว์เลี้ยง ภายในบ้าน
  3. ไม่จำเป็นต้องซื้อกล้องในคราวเดียวกัน เราสามารถซื้อกล้องมาติดในจุดที่เราคิดว่าสำคัญก่อน แล้วค่อยทยอยซื้อมาเพิ่มในจุดอื่นๆ เพียงแค่มีปลั๊กไฟและอินเทอร์เน็ต ก็สามารถติดตั้งที่ใดก็ได้ภายในบ้าน
  4. สามารถปรับเปลี่ยนจุดติดตั้งได้ในภายหลัง หากว่าเราเปลี่ยนใจ หรือต้องการที่จะติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมก็สามารถทำได้
  5. ประหยัด มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า เมื่อเทียบกับแบบมีสาย
  6. ซ่อมบำรุงง่ายกว่า ไม่จำเป็นต้องเรียกช่างให้มาซ่อมแซมที่บ้าน แต่สามารถซื้อตัวใหม่มาทดแทน หรือว่านำไปซ่อมได้ง่ายกว่า

ข้อเสีย

สำหรับข้อเสียของกล้องประเภทนี้คือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตจะต้องมีความเสถียร และไม่อยู่ในพื้นที่ที่อับสัญญาณ ไม่เช่นนั้น กล้องไร้สาย จะมีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณที่อาจจะขาดหาย อาจทำให้การทำงานของกล้องไร้สายใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

กล้องวงจรปิดแบบมีสาย

ส่วนเจ้ากล้องวงจรปิดแบบมีสายนั้นก็จะมีความแตกต่างไปจากแบบที่ไม่มีสายเพราะว่าเป็นกล้องที่เชื่อมต่อระบบด้วยสาย LAN ถ้าถามว่าสามรถติดตั้งเองได้มั๊ยก็อาจจะได้แต่ถ้าเราไม่มีความชำนาญแล้วล่ะก็ติดตั้งไปสัญญาณภาพอาจจะมีปัญหาหรือใช้งานไม่ได้ก็ได้นะครับ  ดังนั้นเจ้ากล้องประเภทนี้ควรใช้ช่างมืออาชีพในการดำเนินการติดตั้งจะดีกว่าครับเพราะเหมาะกับบ้านที่ไม่ได้ติดตั้งอินเทอร์เน็ต หรือบ้านมีพื้นที่กว้างและมีพื้นที่อับสัญญาณนั่นเองครับ

ข้อดี

  1. สัญญาณมีความเสถียรมากกว่า ไม่ค่อยมีสัญญาณรบกวน แม้ว่าจะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ตาม
  2. ทนทานต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถเลือกกล้องที่ใช้ภายนอก สามารถทนน้ำ ทนฝน และทนต่อฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี

ข้อเสีย

สำหรับข้อเสียของกล้องแบบมีสายคือ มีราคาค่อนข้างสูง เพราะนอกจากจะมีราคาค่ากล้องแล้ว ยังรวมค่าติดตั้งของกล้องเอาไว้ด้วย แต่หากว่าเมื่อติดตั้งกล้องไปแล้ว ต้องการจะเปลี่ยนจุดที่ติดตั้ง ต้องการเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิด หรือต้องบำรุงซ่อมแซม จะต้องจ้างช่างผู้ชำนาญการมาติดตั้งโดยเฉพาะ

และตอนนี้หากเพื่อนๆคนไหนกำลังมองหาระบบกล้องวงจรปิดที่ตอบโจทย์ด้านการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะแบบครบวงจรแล้วล่ะก็สามารถขอรับคำปรึกษาได้ทาง Inbox ทาง Facebook Page หรือโทร 063-913-4919 จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาตั้งแต่ต้นจบจบเลยล่ะครับเพราะเรื่องความปลอดภัยให้ LETcare ดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ

อยากติดกล้อง..ต้องเลือกซื้อแบบไหน?

อยากติดกล้อง..ต้องเลือกซื้อแบบไหน?

ติดกล้อง: วิธีการเลือกและติดตั้งเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกบ้านโดยเฉพาะทุกวันนี้เพื่อนๆสามารถดูภาพจาก กล้องวงจรปิด ง่ายๆผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ว่าถอยกลับไปที่จุดเริ่มต้นการที่เราจะเลือกซื้อกล้องวงจรปิดนั้นต้องดูอะไรบ้างวันนี้มีความรู้ดีๆมาบอกกันครับ

1.เริ่มจากจุดประสงค์ของการใช้งาน

 เพื่อนๆต้องดูว่าเราต้องการติดตั้งกล้องเพื่ออะไร เช่น เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของบ้าน เพื่อตรวจสอบสมาชิกหรือสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน หรือ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อจะได้เลือกความละเอียดของกล้องรวมถึงขนาดเลนส์ที่เหมาะสม เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินเกินความจำเป็น

2.พื้นที่ที่จะติดตั้ง

 เพื่อเลือกประเภทของกล้องที่มีความเหมาะสมและทนทานเหมาะกับสถานที่ พร้อมทั้งดูขนาดห้อง แสง ความสว่าง เป็นต้น

3.เมื่อได้พื้นที่ที่เหมาะสมแล้วเราก็มาดูในเรื่องของระยะเลนส์ที่เหมาะสม

 ซึ่งมีตั้งแต่เลนส์ขนาด 2.8-12 มิลลิเมตร โดยเลนส์ขนาดเล็ก จะแสดงภาพในระยะที่กว้างมากกว่า (มากสุด 12 เมตร) แต่มีระยะส่องถึงที่น้อยกว่า (น้อยสุด 2 เมตร) ส่วนเลนส์ที่มีขนาดกว้างจะแสดงภาพในความกว้างที่แคบกว่า (น้อยสุด 2 เมตร) แต่สามารถส่องได้ในระยะที่ไกลกว่า (มากสุด 15 เมตร)

4.งบประมาณที่เหมาะสม 

หากมีงบประมาณไม่มากนัก เพื่อนๆอาจจะเลือกกล้องระบบ wifi ที่มีความจำในตัว แต่หากมีงบประมาณมากหน่อยล่ะก็ สามารถเลือกกล้องแบบ IP ที่รองรับการใช้งานจำนวนมาก และสามารถเชื่อมต่อผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้นั่นเองครับ

สนใจหรือมีข้อสงสัย สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 063-913-4919 หรือสอบถามได้ทาง Inbox ทาง Facebook Fanpage letcare ได้เลยนะครับ

ถูกชนแล้วหนี…ต้องทำตาม 4 ข้อนี้ด่วน!!

ถูก “ชนแล้วหนี” คงไม่ดีแน่ถ้าหากตามตัวคนร้ายไม่ได้

เพราะในปัจจุบันนั้นอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาโดยเฉพาะอุบัติเหตุบนท้องถนนในกรุงเทพฯที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ชนแล้วหนีแต่เพื่อนๆอาจจะจำรายละเอียดทะเบียนรถยนต์คู่กรณีไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลต่อไปครับเพราะว่าเมื่อเกิดเหตุถูกเฉี่ยวชนแล้วหนีนั้นเพื่อนๆสามารถยื่นคำร้องขอดูกล้องวงจรปิดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพฯตามช่วงเวลาที่เกิดเหตุขึ้นได้ด้วย ซึ่งมี 4 ขั้นตอนง่ายๆดังต่อไปนี้ครับ

car crash accident

4 ขั้นตอน ยื่นคำร้องขอดูกล้องวงจรปิดในกรุงเทพฯ

  1. แจ้งความ ณ สถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ
  2. แจ้งความประสงค์ขอภาพกล้อง CCTV ได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ cctv.bangkok.go.th หรือ Line @CCTVBANGKOK โดยเตรียมเอกสารและข้อมูล ได้แก่ บันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ สำเนาบัตรประชาชน หมายเลขกล้องวงจรปิด และวัน-เวลาของไฟล์ภาพที่ต้องการขอ
  3. เมื่อได้รับเรื่องแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการดำเนินการผ่าน Line @CCTVBANGKOK และทางอีเมลที่แจ้งไว้ หรือติดตามสถานะการขอไฟล์ภาพผ่านทางเว็บไซต์ cctv.bangkok.go.th
  4. ดาวน์โหลดไฟล์ภาพหลักฐานผ่านทางเว็บไซต์ cctv.bangkok.go.th เพื่อนำข้อมูลไปแจ้งความเพิ่มเติม และหาคู่กรณีเพื่อดำเนินคดีในขั้นตอนต่อไป
girl on phone call

      เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็สามารถหาพยานหลักฐานหรือตามตัวคนร้ายมารับผิดชอบได้ง่ายๆแล้วล่ะครับอย่างไรซะก็ขอให้เพื่อนๆขับรถบนท้องถนนด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยกันด้วยนะถึงตรงนี้เพื่อนๆคงเห็นประโยชน์ของการมีกล้องวงจรปิดกันแล้วใช้มั้ยล่ะครับซึ่งไม่เพียงแค่จับภาพเหตุการณ์สำคัญหรืออุบัติเหตุบนท้องถนนเท่านั้นนะครับแต่การติดกล้องวงจรปิดนั้นยังช่วยดูแลปกป้องความปลอดภัยบ้านของเพื่อนๆอีกด้วยดังนั้นอย่าลืมหาหล้องวงจรปิดมาติดที่บ้านกันนะครับ  แต่จะติดกล้องแบบไหนหรือมีวีธีการเลือกติดตั้งกล้องวงจรปิดอย่างไรนั้นไว้แอดมินจะเอาทริคการติดกล้องวงจรปิดมาเล่าสู่กันฟังนะครับ เพราะเรื่องความปลอดภัยมั่นใจให้ LETcare ดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ ติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ทาง FB LETcare หรือโทรได้ที่เบอร์ 063-913-4919

โดน หลอกโอนเงิน … ทำอย่างไรให้ได้เงินคืน!!

โดนหลอกโอนเงิน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองของเหล่ามิจฉาชีพออนไลน์กันเลยก็ว่าได้

ซึ่งบรรดาพวกมิฉาชีพเหล่านี้ ต่างพยายามงัดเอาทุกกลเม็ดมากมายหลายวิธีสรรหามา หลอกโอนเงิน ของพ่อแม่ พี่น้องชาวไทยตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุไม่ว่าจะมาในรูปแบบของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐมาขู่ให้เกิดความกลัวเพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินต่างๆเข้ามา   หรือจะมาหรือการหลอกขายของออนไลน์โดยหลอกให้เหยื่อโอนเงินค่าสินค้ามาให้แต่ไม่ส่งของให้หรือส่งของไม่ตรงปก นอกจากนี้เหล่ามิจฉาชีพยังมาในรูปแบบการส่งข้อความทางมือถือเพื่อให้กดเข้าไปใน link ต่างๆเพื่อหลอกให้เหยื่อเข้า app หลอกให้ใส่ข้อมูลส่วนตัวจนสามารถดูดเงินในบัญชีเราได้อย่างรวดเร็วสร้างความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ซึ่งผู้เสียหายหลายคนถึงกับต้องจบชีวิตตัวเองเพราะอาจเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต และกว่าที่กระบวนบวนการช่วยเหลือจะดำเนินการนั้นกรียกได้ว่าช้าแสนช้าจนเงินของผู้เสียหายนั้นถูกโอนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

หลอกโอนเงิน
สายด่วน 1441

และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ได้บูรณาการกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), ธนาคารแห่งประเทศไทย, ผู้ให้บริการมือถือ และอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ก่อตั้งตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) หรือ ศูนย์ AOC สายด่วน 1441 กว่า 100 คู่สาย เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาภัยออนไลน์ แบบ One Stop Service ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรมโดยเป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน เศรษฐกิจและสังคมในวงกว้างนั่นเอง

ทั้งนี้เป้าหมายของศูนย์ AOC 1441 นั้นก็เพื่อ

  1. อายัดบัญชีของคนร้าย ให้แก่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกได้ทันทีใน 1 ชั่วโมง
  2. ติดตามสถานะการแก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายในทุกขั้นตอน
  3. เร่งติดตามการคืนเงินให้ผู้เสียหาย
  4. เพิ่มประสิทธิภาพในการจับกุม การดำเนินคดีและขยายผลคดี
หลอกโอนเงิน
สายด่วน 1441

เพราะเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบันนะครับดังนั้นหากพ่อแม่พี่น้องคนไหนที่มีญาติหรือคนใกล้ตัวตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางออนไลน์ หรือต้องการขอคำปรึกษาเรื่องหลอกลวงซื้อขายออนไลน์แล้วล่ะก็สามารถโทรไปได้ที่ศูนย์ AOC สายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนะครับซึ่งหากว่าเราไม่แน่ใจว่าเป็นแก๊งมิจฉาชีพหรือไม่นั้นก็พยายามอย่าไปกด link แปลกๆหรือถ้าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นก็รีบวางสายไปเลยครับเพื่อกันไว้ดีกว่าแก้นะครับ ย้ำกันอีกทีนะครับเพื่อนๆสามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือ โทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณข้อมูลจาก : เฟสบุ๊คตำรวจสอบสวนกลาง , ฐานเศรษฐกิจ , ไทยโพสต์

บ้านทรงไหน…ที่โดนใจทรงโจร

“ขโมยงัดเข้าบ้าน! ประโยคเด็ดที่ใครหลายคนคงได้ยินจากในข่าวไม่เว้นแต่ละวันซึ่งในชีวิตจริงเพื่อนๆคงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองเพราะนั่นหมายถึงการนำมาซึ่งความสูญเสียในทรัพย์สินหรือในกรณีเลวร้ายสุดอาจถึงกับชีวิต และวันนี้ผมก็มีเกร็ดความรู้ดีๆมาเตือนภัยกันว่าเหล่ามิจฉาชีพนั้นชอบแอบเข้ามาจากทางไหนกันบ้างกับ “บ้านทรงไหน…ที่โดนใจทรงโจร” แต่จะมีทรงไหนหรือจุดใดในบ้านบ้างนั้นเราไปดูกันเลยครับ

ประตูหลังบ้าน

นับว่าเป็นจุดอ่อนหนึ่งที่มักจะถูกใจทรงโจรเขาเลยล่ะโดยเฉพาะบ้านที่กลอนประตูอาจมีการสึกกร่อนหรือปิดไม่สนิทก็มักจะถูกบุกเข้าบ้านได้ง่ายเหมือนกัน เพราะว่าหลายคนอาจให้ความสำคัญกับหน้าบ้านจนลืมว่าประตูหลังบ้านนั้นก็มีความเสี่ยง

หลังคาบ้านทาวน์โฮม

เพราะทาวน์โฮมหลายๆหลังนั้นมักมีการต่อเติมด้านหลังบ้านเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยโดยเฉพาะในส่วนของหลังคาด้วยการใช้แผ่นใสซึ่งอาจเป็นวัสดุอย่างบางเพื่อต้องการให้แสงเข้าทำให้ดูโปร่งโล่งและด้วยวัสดุที่มีความบางนี้เองอาจทำให้คุณโจรสามารถปีนและงัดเข้ามาถึงภายในตัวบบ้านได้เช่นกันครับ

ระเบียงห้องนอน

อย่าประมาทว่าอยู่ชั้นสองหรือชั้นสามแล้วจะปลอดภัยนะครับเพราะทรงโจรเขามักจะรู้ดีว่าชั้นหนึ่งไม่ค่อยมีของมีค่าอะไรดังนั้นชั้นสองจึงเป็นเป้าหมายของบรรดาทรงโจรทั้งหลายดังนั้นก่อนจะนอนควรหมั่นตรวจตราให้ดีๆว่าปิดหน้าต่างเรียบร้อยดีหรือไม่มิเช่นนั้นก็อาจถูกบุกรุกรุ้ตัวอีกทีก็ถึงห้องนอนซะแล้ว

จุดอับสายตาจากกล้องวงจรปิด

ใช่แล้วครับบ้านที่อาจติดกล้องวงจรปิดในจุดที่ไม่ถูกต้องเพราะถึงแม้ในปัจจุบันคนเริ่มหันมาติดกล้องวงจรปิด cctv กันมากขึ้นแต่ก็ไม่วายที่โจรจะรู้เหลี่ยมรู้มุมของกล้องและพยายามหลบเลี่ยงซึ่งเจ้าของบ้านนั้นต้องหมั่นคอยตรวจตราอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัย

แต่จะดีกว่าไหมถ้ามีระบบ Intelligent security เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะจาก LETcare ที่มีกล้องพร้อมระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติทั้งภายในและภายนอกบริเวณบ้าน  พร้อมส่งสัญญาณเสียงแจ้งเตือนไปที่มือถือได้แบบเรียลไทม์ และถ้าเกิดเห็นโจรกำลังแอบย่องเข้าบ้านแล้วเพื่อนๆยังสามารถกดปุ่มขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อติดต่อประสานงานขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีอีกด้วย

เป็นยังไงกันบ้างครับเห็นประโยชน์ของระบบดูแลความปลอดภัยที่เข้ามาช่วยให้เพื่อนๆสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงกันรึยังครับ ปกป้องได้แบบขั้นสุดแบบนี้คงต้องหามาติดตั้งกันแล้วแหล่ะ  และหากเพื่อนๆคนไหนสนใจระบบดูแลความปลอดภัยครบวงจรแบบนี้แล้วล่ะก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ LETcare ได้เลยเพราะ เรื่องความปลอดภัยมั่นใจให้ LETcare ดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ

จัดบ้านให้รับทรัพย์ตามหลักฮวงจุ้ย (feng-shui) ต้องทำอย่างไร วันนี้เรามีเทคนิคการจัดฮวงจุ้ยบ้านดีๆในปี 2568

ตั้งแต่บริเวณภายนอกตัวบ้าน ฮวงจุ้ยห้องต่างๆ รวมถึงทริคการเสริมจุดตกแต่งบ้านเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล แต่จะมีอะไรบ้างที่เราควรปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมให้ถูกหลักฮวงจุ้ยบ้าน ไปดูพร้อมกันเล้ยย…

1. หน้าบ้านเปิดโล่ง โปร่งสบาย

แน่นอนครับเพราะหน้าบ้านนั้นเปรียบเสมือนที่ที่คอยเปิดรับพลังดีๆ เข้าสู่ตัวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องของโชคลาภ ดังนั้นไม่ควรมีสิ่งของมาวางทำให้ดูระเกะระกะมันดูรกหูรกตา แต่หากจำเป็นต้องวางของจริงๆ ก็ควรมีตู้เก็บมิดชิดไม่ให้กีดขวางประตูหรือทางเดินเข้าบ้าน และที่สำคัญอีกประการคือ อย่าให้สิ่งของเหล่านั้นอยู่เหนือลม เพราะลมจะพัดพากลิ่นไม่พึงประสงค์เข้าบ้านได้ ซึ่งตามศาสตร์ของฮวงจุ้ยบ้านแล้วถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเลยครับ

2. ห้องรับแขก

ห้องรับแขกตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีไม่ควรมีฉากมาตั้งกั้นไว้ตรงประตูทางเข้าเพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมของบ้านเปรียบเสมือนห้องเก็บโชคลาภ นอกจากจะเป็นการสกัดการไหลเวียนของกระแสโชคลาภแล้ว ยังหมายถึงการเก็บเงินไม่อยู่ ดูไม่เป็นระเบียบ ส่วนเฟอร์นิเจอร์อย่างโซฟาหรือชุดรับแขกควรจะวางไปในทิศทางเดียวกันกับตู้โชว์ โดยอาศัยหลักการที่ว่าเจ้าของบ้านควรเสริมธาตุใด ก็ควรวางโซฟาให้หันไปในทิศทางนั้นๆ เนื่องจากการจัดวางตู้โชว์และโซฟาเปรียบเสมือนภูเขาที่รับลมจากน้ำ ซึ่งเป็นพลังหยินที่จะช่วยเสริมบารมีให้แก่เจ้าของบ้านนั่นเอง  

3. ห้องครัว

ห้องครัวถือว่าเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของบ้านเลยก็ว่าได้ถ้ามองในแง่วความเป็นจริงที่เราๆใช้ในชีวิตประจำวันนั้นห้องครัวถือเป็นห้องเสบียงของเราเลยใช่ไหมล่ะครับ นั่นหมายถึงมีด้านสุขภาพ บารมี และเงินทองโชคลาภโดยตรง ดังนั้น วิธีจัดห้องครัวตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี คือทิศทางตำแหน่งของเตาไฟในห้องครัว ควรหันออกไปทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล และเลี่ยงการตั้งตำแหน่งเตาให้ตรงกับเครื่องซักผ้าและประตู เพราะตามหลักฮวงจุ้ยบ้านแล้วจะทำให้เงินทองหดหายยากจนลง เพราะเตาไฟในห้องครัวถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มพลังงานบวกลงไปในอาหาร หากรับประทานเข้าไปจะทำให้ชีวิตดีขึ้นนั่นเอง

4. แสงส่องสว่างทั่วบ้าน

วัดความรู้สึกง่ายๆนะครับถ้าที่บ้านมีไฟที่สลัวหรือดูไม่สว่างก็ทำให้รู้สึกว่ามองไม่ชัดหรือดูปวดตาดูเป็นความรู้สึกลบใช่ไหมล่ะครับเพราะแสงสว่างนั้นเปรียบเสมือน “พลังหยาง” ที่ช่วยเสริมในการเรียกทรัพย์ ตามหลักฮวงจุ้ยบ้านจึงต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอและเหมาะสมในแต่ละห้อง เช่น มุมรับประทานอาหารควรเป็นแสงแบบ Warm White แสงสว่างในโทนอุ่นที่จะช่วยสร้างบรรยากาศในการรับประทานอาหารของคุณให้ดูอบอุ่นและเป็นกันเองในครอบครัว รวมถึงทางเดินทั้งภายในและรอบตัวบ้านที่ต้องมีแสงสว่างอยู่เสมอนั่นเองครับ

5. ต้นไม้เสริมความรุ่งเรือง

นอกจากเรื่องของการให้ความรู้สึกสบายและเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้กับผู้อยู่อาศัยแล้วบ้านที่มีต้นไม้ยังมีอิทธิพลต่อฮวงจุ้ยของบ้านด้วยเพราะสีเขียวนั้นนับว่าเป็นสีที่ส่งเสริมในเรื่องความเจริญงอกงาม ดังนั้น บ้านที่มีต้นไม้รอบๆ บ้าน ก็จะได้รับอิทธิพลส่งเสริมให้ความความเจริญรุ่งเรือง และต้องหมั่นดูแลตัดแต่งต้นไม้ให้สวยงาม อย่าให้เหี่ยวเฉา เพราะจะทำให้โชคลาภเสื่อมถอย ทั้งนี้ไม่ควรปลูกต้นไม้ไว้กลางบ้าน เพราะจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านการเงินได้

ซึ่งการปรับแต่งบ้านเพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลตามหลักฮวงจุ้ยนั้นถือว่าเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลนะครับแต่อีกหนึ่งเรื่องที่เราควรให้ความสนใจและควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือเรื่องของ “ความปลอดภัย” นั่นเองครับเพราะเรื่องไม่คาดฝันนั้นอาจเกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่าจะเรื่องของถูกโจรบุกรุก หรือเกิดอุบัติเหตขึ้นภายในบ้าน  ดังนั้นเพื่อนๆควรมีตัวช่วยที่พร้อมดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตร้ายที่ไม่คาดฝันและด้วยระบบเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะจาก LETcare นั้นก็พร้อมคอยดูแลปกป้องทั้งภายในและภายนอกบ้านของเพื่อนๆนะครับไม่ว่าจะเป็นระบบกล้อง cctv ระบบ software AI เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่คอยตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติต่างๆและนอกจากนี้ยังมีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญห้อง Command Control Center ที่คอยดูแลและประสานงานเมื่อเกิดเหตด่วนเหตร้ายขึ้นกับเพื่อนๆอีกด้วยเรียกได้ว่าครบเครื่องเรื่องความปลอดภัยสมกับสโลแกนว่า “เรื่องความปลอดภัยมั่นใจให้ LETcare ดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง” ครับ

ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีควรมีอะไรบ้าง?


เพราะในปัจจุบันนั้นเหตุไม่คาดฝันนั้นอาจเกิดขึ้นกับครอบครัวคนที่คุณรักดังนั้นไม่ใช่แค่การติดกล้องวงจรปิดแล้วจะปลอดภัยแต่อาจจะต้องมีโซลูชั่นระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมพร้อมดูแลปกป้องคุณให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมงแต่หลายคนคงสงสัยว่าแล้วมันมีอะไรมากกว่าการติดกล้องวงจรปิดเหรอ  วันนี้จะพาไปแนะนำระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีและตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยกันครับ

เรื่องความปลอดภัยให้ LETcare ช่วยดูแลคุณ

ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะจาก LETcare ช่วยทำหน้าที่ดูแลปกป้องคนที่คุณรัก ติดตั้งเพียงครั้งเดียวก็สามารถเช็คความเรียบร้อยภายในบ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะนี่คือสิ่งที่ LETcare สามารถให้คุณได้ทั้งความคุ้มค่าและเป็นมากกว่าระบบรักษาความปลอดภัยทั่วไปนั่นคือ

  • ช่วยดูแลบ้านเราได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านกล้องวงจรปิดได้แบบ Real-time ง่ายๆด้วยปลายนิ้วผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
  • ปุ่มฉุกเฉิน SOS ที่พร้อมแจ้งเหตไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นกับคนที่คุณรักเวลาที่เราไม่อยู่บ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุเพราะนอกจากสามารถเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดได้ตลอดเวลาแล้วเมื่อเกิดเหตไม่คาดฝันเช่นอาจเกิดการหกล้มหรืออาการป่วยกำเริบคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถกดปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือจากทีมเจ้าหน้าที่ที่คอย mornitor ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย
  • มีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดูแลปกป้องคุณผ่านห้อง Command control คอยประสานเจ้าหน้าที่เพื่อทำการช่วยเหลือเมื่อกิดเหตไม่คาดฝัน
  • วิเคราะห์ตรวจจับการบุกรุกได้อย่างแม่นยำ แจ้งเตือนพร้อมขับไล่เมื่อเกิดเหตุ ส่งภาพนิ่ง และวิดิโอให้คุณได้เห็นเหตุการณ์ผ่านแอปบนสมาร์ทโฟนได้ทันที
  • ใช้เป็นหลักฐานสำคัญได้ ระบบกล้องนั้นสามารถบันทึกภาพนิ่ง ,วิดีโอได้อย่างคมชัดและบันทึกเสียงได้ชัดเจนซึ่งหากเกิดเหตุโจรกรรม หรือเหตุอื่น ๆก็สามารถเป็นประโยชน์ในการชี้ตัวผู้บุกรุก หรือใช้ติดตามความคืบหน้าว่าคนร้ายไปทิศทางใด และเป็นหลักฐานชั้นดี ในการส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ และนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด

เห็นถึงประโยชน์และความสำคัญและความคุ้มค่าน่าลงทุนขนาดนี้แล้วไม่ติดคงไม่ได้แล้วใช่มั้ยล่ะครับและใครที่สนใจก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับคำปรึกษาติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะแล้วแหล่ะ และอย่าลืมนะครับเรื่องความปลอดภัย ให้ LETcare ดูแลคุณ

ติดต่อขอรับคำปรึกษา https://www.facebook.com/letcare

หรือโทรได้ที่เบอร์ 063-913-4919

กล้องวงจรปิด ติดผิดชีวิตเปลี่ยน!!

กล้องวงจรปิดไม่ใช่ว่าจะติดตรงไหนก็ได้!! เพราะในปัจจุบันนั้นระบบกล้องวงจรปิดได้เข้ามามีบทบาทสำหรับช่วยในการดูแลรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น ทั้งในอาคารและสถานที่ต่างๆ ซึ่งเราจะเห็นได้จากข่าวในปัจจุบันไม่ว่าจะโจรบุกงัดเข้าบ้านหรือเกิดเหตไฟไหม้ต่างๆ ที่สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินดังนั้นภาพจากกล้องวงจรปิดก็จะถือเป็นหลักฐานชิ้นเด็ดที่จะสามารถช่วยยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร และมีใครที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นบ้าง ดังนั้น การเลือกจุดติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ดีก็จะช่วยให้การดูแลปกป้องนั้นดีมากขึ้นตามไปด้วย  แต่จะติดตั้งตรงไหนถึงจะเวิร์คนั้นวันนี้แอดมีหลักการติดตั้งกล้องวงจรปิดมาฝากกัน

หลักการติดตั้งกล้องวงจรปิด

  1. ควรติดตั้งบริเวณที่สามารถมองเห็นพื้นที่ได้ทั้งหมด เพื่อเห็นเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม
  2. ควรติดตั้งไว้ภายนอกบ้านหรือตัวอาคาร เพื่อป้องกันผู้บุกรุก
  3. ควรติดตั้งกล้องไว้ในมุมสูง เพื่อป้องกันการขโมยกล้อง หรือทุบทำลาย และในปัจจุบันนั้นอาจจะต้องระวังจุดที่ติดแล้วเห็นบ้านเพื่อนบ้าน เพราะอาจจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และผิดกฎหมายได้
  4. ติดแบบซ่อนกล้องหรือไม่ซ่อนกล้องก็สามารถติดได้ทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับความเหมาะสม หากซ่อนกล้องจะได้ภาพจริงไม่แสดง แต่หากไม่ซ่อนกล้องจะช่วยป้องกันอาชญากรได้ดีขึ้น
  5. ตำแหน่งที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดไม่ควรเป็นบริเวณที่มีแสงตกกระทบที่หน้ากล้องโดยตรง เพราะอาจส่งผลต่อการจับภาพของกล้องได้ หรือไม่ควรหันทิศทางให้เห็นส่วนที่เป็นท้องฟ้ามากเกินไป เพราะอาจทำให้ส่วนอื่นของภาพดูมืดกว่าเดิมได้ จึงควรเลือกปรับมุมกล้องให้เหมาะสมนั่นเอง

ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็มีกล้องวงจรปิดให้เลือกมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อแต่จะดีกว่าไหมถ้ามีระบบกล้องวงจรปิดที่มาพร้อมระบบ AI อัจฉริยะที่คอยตรวจจับผ่านเซ็นเซอร์ในจุดต่างๆแถมยังสามารถสั่งการต่างๆได้ง่ายๆผ่าน mobile application  และที่สำคัญยังมีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้การดูแลปกป้องบ้านหรือร้านของเพื่อนๆเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตไม่คาดฝันตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยเรียกได้ว่าสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจปลอดภัยหายห่วงเลยทีเดียว หากเพื่อนๆคนไหนสนใจระบบดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะก็สามารถแชทสอบถามข้อมูลรายละเอียดต่างๆได้ที่ https://www.facebook.com/letcare  หรือ โทร 063-913-4919 อย่าลืมนะเพราะเรื่องความปลอดภัยให้ LETcare ดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง

แชท LINE OA ↗